shopup.com

ดูบทความข้อแตกต่างของฟิลเลอร์แต่ละชนิด ถูกแพงต่างกันตรงไหน

ข้อแตกต่างของฟิลเลอร์แต่ละชนิด ถูกแพงต่างกันตรงไหน

หมวดหมู่: ARTICLE

ข้อแตกต่างของฟิลเลอร์แต่ละชนิด ถูกแพงต่างกันตรงไหน

 

         เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน ส่งผลให้ผิวหน้าของแต่ละบุคคลมีความเปลี่ยนแปลงไป เส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น ผิวที่เคยเต่งตึงดูร่วงโรย และเกิดริ้วรอยร่องลึกตามมากับอายุที่เพิ่มขึ้น ผิวหนังบางลง

          อีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ผิวกลับมาเต่งตึง ดูอิ่มน้ำได้ แพทย์จึงมักใช้ Filler เพื่อเติมเต็มหรือเสริม ในชั้นผิวหนังหรือชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม หน้าผาก ริ้วรอยรอบดวงตา  นอกจากจะช่วยแก้ไขเรื่องริ้วรอยร่องลึกแล้วยังช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนอีกด้วย เช่น volume lift ในรายที่แก้มตอบ เพื่อให้ผิวหน้าดูกระชับ เปล่งปลั่ง รูปหน้าสวยขึ้น ได้รูปกรอบหน้าชัดขึ้น

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับประเภทของฟิลเลอร์กันก่อนคะ

ฟิลเลอร์มีอยู่ 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่

  1. ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary filler) สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ อยู่ได้นาน 4-6 เดือน มีความปลอดภัยสูง
  2. ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent filler) อยู่ได้นาน 2 ปี มีความปลอดภัยในระดับปานกลาง
  3. ฟิลเลอร์แบบถาวร (Permanent filler) เป็นประเภทสารเติมเต็มซิลิโคน หรือพาราฟิน สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ อาจมีผลข้างเคียงได้ในระยะยาว

 

         ฟิลเลอร์ที่ควรใช้คือ hyaluronic acid เท่านั้นเพราะนอกจากเรื่องได้รับอนุญาตจากFDA (ในบางแบรนด์ ณ ปัจจุบันได้แก่ Restylane juvederm beletero perfectha)ให้เป็นสารเติมเต็มแล้ว ยังสามารถสลายได้เอง และถ้าไม่ชอบหรือมีปัญหาก็สามารถฉีดยาเพื่อสลายออกได้ แตกต่างจากฟิลเลอร์ชนิด กึ่งถาวรและถาวร ดังนั้นฟิลเลอร์ชนิดhyaluronic acids จึงมีราคาที่แพงกว่าชนิดที่สลายไม่ได้และเป็นชนิดเดียวที่ควรใช้เพราะปลอดภัยมากที่สุด

         ปัจจัยที่ผลต่อราคา Voluma และVobella แพงกว่าเนื่องจาก ระยะเวลาอยู่นานกว่า 18-24 เดือน และเป็นเทคโนโลยีVycross จึงยกกระชับหน้าได้ดีกว่า ต้นทุนราคาอันนี้บอกได้เลยว่าแบรนด์จูวีเดิรมแพงสุด รองมาคือเรสไทเรน ถัดมาคือbeletero ถัดมาคือperfectha แต่หลายที่ทำราคาเรสไทเรนถูกกว่าต้นทุนยาอีก อันนี้ต้องระวังนะคะ ส่วนฟิลเลอร์หิ้วหรือฟิลเลอร์ปลอม ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทีผลทำให้ราคาฟิลเลอร์ถูก

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าฟิลเลอร์เป็นของจริงหรือของปลอม หรือของหิ้ว (หรือของปลอมแล้วหิ้วอีกที)

1. เช็คที่กล่องต้องมีฉลากชื่อผู้นำเข้าถูกต้องเป็นภาษาไทย ของจูวีเดิรมจะพิมมากับกล่อง เรสไทเรนแปะฉลากภาษาไทยหลังกล่อง

2.juvederm ที่ไม่ใช่ของหิ้วจะเป็น ultra plus xc ultra xc voluma vobella ไม่ใช่ juvederm ultra 3/4 อันนั่นหิ้วค่ะ

3.Restylane ต้องมีฉลากภาษาไทยติดหลังกล่อง รุ่นใหม่กล่องเหลืองมีสติกเกอร์สีทอง ถ้าเป็นตัวเนื้อเบาสุด คือvitallight บางคนเรียก skin booster หมอเรียก hydrabooster ต้องไม่มีคำว่า skin booster อยู่บนกล่อง (แปลกมั้ยlol) ถ้ามีคือของหิ้ว

4. Perpectha ปัจจุบัน จะมีเขียนว่า interphama คือชื่อบริษัทนำเข้าอยู่ท้ายกล่อง

ถ้ามันยาก

1. ดูราคา 3-6 พัน ยังไงก็ไม่ใช่ของถูกต้องเพราะขนาดทุนยังเกินเลยค่ะ

2.ดูกล่อง ถ้ามาเป็นหลอดขอดูกล่องเลยค่ะ ถ้ามาเป็นกล่อง ขอดูที่หมอกล่าวเบื้องต้นเลยคะ ถ้ายี่ห้ออื่น ยังไม่ผ่านอยไทยค่ะ ถ้าเรสไทเรนอย่าลืมดูใบกำกับภาษาไทยด้านหลังหรือสติกเกอร์ก็ได้ค่ะเพราะของปลอมมีและมากด้วยค่ะ

3. ดูหลอด ขอสติกเกอร์เลขลอตสำหรับเรสไทเรนไปได้เลยค่ะ ส่วนจูวีเดิรมจะขอกล่องขอหลอดกลับบ้าน อันนั้นตามศรัทธาเลยค่ะ

4. ดูคลินิค (แต่ก็ไม่เสมอไป) ไปถึงไม่เอายาให้เราเห็นมาเป็นหลอดๆ จะมาฉีดรีบตั้งสติก่อนสตาร์ท บอกเค้าหยิบกล่องหยิบหลอดให้ดูเลยนะคะ จะได้กลับบ้านแล้วรู้สึกสวยแบบไม่นอยด์ค่ะ

          ฟิลเลอร์Hyaluronic acid ช่วยกักเก็บน้ำชั้นใต้ผิวที่ได้รับการแก้ไข เติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิว ให้ผิวกิดความยืดหยุ่น เต่งตึง ผิวเรียบเสมอกัน ริ้วรอยเหี่ยวย่นลดลง หน้าเด็กลงชัดเจน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองใดๆเพราะการสกัดHyaluronic acid นั้นเป็นสารสกัดจากธรรมชาติผ่านกรรมวิธีคัดแยกสารที่มีความปลอดภัยต่อผิวสูง มีความคงตัว มีฤทธิ์เฉื่อยเข้าได้กับทุกสภาพผิว

           หลังฉีดฟิลเลอร์ แนะนำให้ดื่มน้ำ8-16แก้วในช่วง 4 วันแรก เพื่อเพิ่มการอุ้มน้ำให้กับฟิลเลอร์ ผิวจะเต่งตึงยืดหยุ่นดี งดดื่มแอลกอฮอล์ใน 24 ชม.หลังฉีด งดซาวน่า นวดหน้า กรอผิว และเลเซอร์หลังทำ2สัปดาห์แรก งดออกกำลังกายหนักใน 2 วันแรก

 

Review filler

 

 

 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

 
 

26 มกราคม 2561

ผู้ชม 18989 ครั้ง

Engine by shopup.com