ดูบทความBo-tox vs ไหม vs HIFU vs Ulthera vs Thermage

Bo-tox vs ไหม vs HIFU vs Ulthera vs Thermage

หมวดหมู่: ARTICLE

Bo-tox vs ไหม vs HIFU vs Ulthera vs Thermage

 

Botox vs ไหม vs HIFU vs Ulthera vs Thermage

 

 
หมอจะประเมินจากปัญหาของคนไข้แต่ละคนว่าเป็นแบบไหนค่ะ สำหรับคนไข้ที่ต้องการปรับรูปหน้าอยากให้หน้าเรียวตรวจดูแล้วมีกล้ามเนื้อกรามค่อนข้างมาก การใช้ Bo-tox ลดขนาดของกล้ามเนื้อกรามก็จะสามารถช่วยทำให้ ใบหน้าเรียวขึ้นได้ค่ะ


แต่คนไข้อีกหลายๆคนอาจจะต้องการกรอบหน้าที่ชัดเห็นขอบหน้าคมขึ้น ต้องการยกกระชับแก้ไขความหย่อนคล้อยทำให้หน้ายกดูอ่อนเยาว์ การร้อยไหม จะตอบโจทย์ตรงนี้ได้มาก เพราะสามารถเห็นผลชัดเจนได้ทันที ถ้าเทคนิคการร้อยดี หน้าหลังทำก็ไม่ต้องพักฟื้น อีกทั้งราคาก็ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับหัตถการชนิดอื่นๆ จึงเป็นที่นิยม ณ ปัจจุบันค่ะ


ส่วนข้อเสียเปรียบของร้อยไหม นั้นเกิดจากการที่หน้ายกจากแรงดึงของไหมที่มีเหงี่ยงเกี่ยวกับผิว ร่างกายสร้างคอลลาเจนมาตามแกนของไหม ดังนั้นคอลลาเจนที่ได้จะได้แค่ตามแนวไหม ไม่ได้ทุกๆเซลล์ผิวเหมือนเครื่องมือยกกระชับตัวอื่นๆที่หมอจะพูดต่อไปค่ะ

hifu กับ ulthera กับ thermage

 HIFU

 

คือเครื่องมือที่จะช่วยยกกระชับ ผิวชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวที่หมอศัลยกรรมต้องดึงเวลาทำผ่าตัดดึงหน้านั่นเองค่ะ HIFU จะไปทำให้ชั้น SMAS หดตัว ปกติการเกิดภาวะที่เราเรียกว่า Aging เป็นภาวะ ที่ไม่ได้เกิดแค่ผิวส่วนบน แต่มันเกิดไปทุกๆชั้นผิวถึงชั้นของกระดูกที่ฝ่อลงตามอ่ยุเลยนะคะ เพราะฉะนั้นการทำให้ชั้น SMAS หดตัวเลยทำให้ ทุกๆชั้นของผิวหดกระชับไปด้วย นอกจากนี้ยังมีความลึกที่ช่วยผิวชั้นบนด้วยจึงทำให้ ไฮฟู ตอบโจทย์คนไข้ที่อยากยกกระชับ แต่ไม่อยากใช้เข็ม ไม่อยากเจ็บค่ะ แต่ความเห็นผลทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับเครื่อง จำนวนชอตและความชำนาญของแพทย์เช่นกัน เพราะแอบกระซิบนิดนึง HIFU ราคาของเครื่องนั้นแตกต่างกันมากๆค่ะ

 Ulthera

 

ส่วน Ulthera ก็เรียกได้ว่าเป็นตัวแม่ของ HIFU เลยนะคะ เป็น High Intensity Focus Ultrasound ที่เป็นตัวต้นแบบ และเป็นตัว Original ที่นำเข้าจากอเมริกา และเป็นเครื่องเดียวที่ได้รับการรับรองจาก อย ประเทศอเมริกา ว่าช่วยเรื่องของยกกระชับได้จริง


Ulthera มีความเหนือกว่า HIFU ในแง่ของ พลังงานที่สูงกว่า และที่สำคัญคือแม่นยำกว่า เพราะ มีหน้าจอแบบ Real Time ที่จะสามารถทำให้เห็นได้ชัดเจนในขณะทำทุกๆชอต ว่าลงไปลึกในชั้นที่เราต้องการได้จริง

 Thermage

 

Thermage เป็นคลื่นวิทยุ Monopolar RF จากประเทศอเมริกา ช่วยเรื่องยกกระชับ และทำให้ผิวแน่นขึ้น (Firm And Tightening Skin) สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ดีมาก และเนื่องจากมันเป็น RF จึงสามารถจะช่วยสลายไขมันได้อีกด้วย จึงเหมาะกับคนที่ผิวหลวมผิวหย่อน คนที่มีไขมันใต้คาง เหนียง โดยที่เราสามารถทำ เทอร์มาจ และอัลเทอร่าควบคู่กันเพื่อให้เห็นผลดีขึ้นได้

 ประเมินคร่าวๆ ควรทำอะไร...

 

- คนไข้ที่มีกล้ามเนื้อกรามเยอะ ต้องการปรับให้หน้าเรียว ยังไงก็คงต้อง Bo-tox ค่ะ ส่วนบางคนที่อยากจะยกกระชับแต่ไม่อยากร้อยไหม ก็สามารถทำเป็น Dermolift หรือโบทอกซ์เพื่อยกกระชับได้เช่นกันแต่อาจจะยกได้ไม่เท่ากับการร้อยไหม แต่มีข้อดีตรงไม่ต้องพักฟื้น ไม่บวมยาชา เป็น Lunch Hour Beauty แบบชิลๆเลยค่ะ


- คนไข้ที่อยากหน้ายก ไม่หย่อนคล้อย สำหรับหมอถ้าคนไข้อยากให้ขอบหน้าคมๆ หน้ายกชัดเจน อย่างรวดเร็ว ไม่กังวลเรื่องเข็ม ไม่กลัวเรื่องเจ็บมากก็จะแนะนำให้ร้อยไหมค่ะ แต่อย่างไรก็ตามก็จะบอกคนไข้ที่ร้อยไหมทุกเคสให้ทำเครื่อง ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีและทำให้ผิวยกเพราะเซลล์ผิวแข็งแรงขึ้นอีลาสตินคอลลาเจนดีขึ้น อย่างเช่น อัลเทอร่า เทอร์มาจ หรือ HIFU ด้วย เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ผิวทุกเซลล์ผิวจริงๆ และทำให้การร้อยไหมเห็นผลอยู่นานขึ้นด้วยค่ะ เพราะการทำเครื่องเหล่านี้เหมือนเป็นการสะสมคอลลาเจนเพิ่มให้ผิวจะช่วยชะลอวัยทำให้ผิวดูเด็กลงในระยะยาวเลยค่ะ

 ยิ้มแปลกตาตก

 

สิ่งที่สำคัญคือความรู้ความชำนาญของแพทย์ และยาที่ใช้ค่ะ แพทย์จะต้องประเมินเคสให้ถูกว่าควรใช้ยามากน้อยแค่ไหน รู้จุดรู้ลักษณะทางกายวิภาคจองคนไข้ นอกจากนี้ยังต้องประเมินเคสให้เป็นด้วยค่ะ สิ่งที่สำคัญอีกเรื่องคือการใช้ยาที่ได้คุณภาพ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เคยมีกรณีโบทอกซ์ปลอม หน้าขวดบอก 100 ยูนิตแต่เนื่องจากการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ในขวดมีจริงมากกว่าเดิม หลายเท้าซึ่งทำให้เป็นอันตรายกับคนไข้ได้ค่ะ

 ร้อยไหม ไม่เห็นผล...

 

1. ชนิดของไหม คุณภาพไหม
2. แพทย์ที่ร้อยไม่เชี่ยวชาญก็เป็นไปได้ค่ะ
3. ประเมินใบหน้าไม่เป็น จริงๆเคสนี้อ่จจะเหมาะกับการร้อยไหม ควบคู่กับ โบทอกซกราม หรือ ไม่ได้มีปัญหาที่ไหมจะช่วยได้ เป็นต้นค่ะ

 

   

 

** อยู่นานประมาณ 1-2 ปีขึ้นกับชนิดของไหมค่ะ
** ตอนทำจะมีการทายาชาและฉีดยาชาค่ะ เจ็บนิดหน่อยแบบพอทนได้ค่ะ หลังทำร้อยไหมอาจจะมีอาการบวมยาชาเล็กน้อย ไม่มากค่ะ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่เขียวช้ำม่วงเพราะเราใช้ไหมแบบเข็มปลายทู่ค่ะ


ส่วน Bo-tox ก็สามารถที่จะทายาขาทำได้เลย หรือ แค่ประคบน้ำแข็งก็ได้ค่ะ
HIFU นี่หลายๆท่านไม่ทายาชาเลยค่ะ สามารถทำได้เลย ไม่ต้องพักฟื้น ทำเสร็จเดินช็อปปิ้งต่อได้เลยค่ะ

 ผลข้างเคียงของ

 

Bo-tox ก็อาจจะมีอาการช้ำตามรอยเข็มได้บ้างค่ะ ส่วนร้อยไหมหลังทำก็อาจจะบวมได้เล็กน้อย ช้ำตามจุดได้บ้างเช่นกันค่ะ มีระบมหลังทำได้ 2-3 วัน เวลาจับหน้าอย่าจับแรงนะคะ จะตึงๆ นิดหน่อย 2-3 วันค่ะ


ส่วน HIFU ก็อาจจะมีอาการระบมเล็กน้อยใต้ผิวแต่ไม่บวมประมาณ 3-7 วันค่ะ
** ก่อนทำ งดวิตามิน กลุ่มที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น วิตามินอี แปะก๊วย ก่อนสัก 5-7 วันค่ะ
** หลังทำ งดซาวน่า สตรีมโยคะร้อน เลเซอร์ 1-2 อาทิตย์ เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 1 อาทิตย์ หลีกเลี่ยงการจับหน้าแรงๆ ออกกำลังกายกระแทกๆ ถ้าเป็นไหมนะคะ ส่วน HIFU ก็งดการจับหน้าถูหน้าแรงๆ ในช่วง 1 อาทิตย์แรกค่ะ

 ** วิธีการดู...

 

อย่างแรกเลย ดูแพทย์ค่ะ ต้องเป็นแพทย์จริงๆ คลินิกจะต้องมีใบอนุญาตเรียบร้อย โดยส่วนตัวจะอยากให้เป็นคลินิกที่แพทย์เป็นเจ้าของ แพทย์ดูแลอย่างน้อยก็ยังมั่นใจได้ส่วนนึงค่ะ เพราะเค้ามีชื่อเสียงที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ไม่ทราบที่มาที่ไป กลับไปสอบถามอีกทีคลินิกปิดไปแล้วอันนี้ก็มีมากค่ะ


ส่วนอีกเรื่องคือ เครื่องมือและยา แนะนำให้ขอดูหลอดดูขวด เอากลับบ้านได้ยิ่งดีค่ะ เพราะถ้าเค้าใช้ของดีจริงเค้าจะให้เราเอากลับได้ค่ะ อีกอย่างสามารถดูพวกโล่ห์ หรือ ใบประกาศ ที่รับรองจากบริษัทนำเข้าโดยตรงได้เลยค่ะ ถ้าคลินิกนั้นใช้ยาปริมาณมากบริษัทจะทำโล่ห์ให้เพื่อแสดงว่าใช้ยาจริงค่ะ สุดท้ายโทรเข้าหาบริษัทนำเข้า เอาเลขลอตของขวดหรือหลอด ไปเช็คได้เลยค่ะ หมอมีทำคลิปเอาไว้ของจริงดูยังไงสามารถตามไปดู ที่ Facebook และ Youtube ได้เลยค่ะ


 

สุดท้ายคือเรื่องราคา ถูกมากเกินไปอันตรายค่ะ มีคนไข้หลายท่านเอาราคาฟิลเลอร์หรือโบทอกซ์ที่ถูกมากๆมาให้หมอดู ซึ่งราคาทุนจากคลินิกที่ซื้อปริมาณมากๆ ยังไม่ได้ราคานี้เลย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นของจริง และสำหรับหมอ ของหิ้วเท่ากับของปลอมค่ะ เพราะเราไม่สามารถใช้ของหิ้วกับหน้าคนไข้ได้เพราะเอาจริงๆ คนที่ใช้ยังไม่ทราบเลยว่าหิ้วมาจริงรึเปล่า หรือของปลอมทำเหมือนกันแน่ เพราะฉะนั้นถูกเกินไปต้องระวังค่ะ


ส่วนเรื่องเครื่อง HIFU ก็เช่นกัน เครื่องมีหลายแบบราคาถูกจนถึงราคาสูง เครื่องจากประเทศจีน หรือ เครื่องจากที่อื่น จำนวนชอตมากน้อยแค่ไหน สุดท้ายแพทย์หรือพนักงานเป็นคนทำให้ ทั้งหมดนี้เราดูจากราคาบรรทัดสุดท้ายไม่ได้จริงๆค่ะ

 

สำหรับคนไข้ที่มีข้อสงสัย อยากสอบถาม หรือประเมินรูปหน้าสามารถปรึกษาได้ฟรีค่ะ

 

 

 

 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

 
 

31 มกราคม 2563

ผู้ชม 2077 ครั้ง

Engine by shopup.com