shopup.com

ดูบทความFiller ฟิลเลอร์ คืออะไร ช่วยอะไรได้บ้าง แบบไหนดี ของจริงของปลอมดูอย่างไร ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ราคาเท่าไหร่

Filler ฟิลเลอร์ คืออะไร ช่วยอะไรได้บ้าง แบบไหนดี ของจริงของปลอมดูอย่างไร ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ราคาเท่าไหร่

หมวดหมู่: ARTICLE

 

Filler ฟิลเลอร์ คืออะไร ? ฉีดฟิลเลอร์ แบบไหนดีกว่ากัน ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่

 

ฟิลเลอร์ คืออะไร

 

 รวบรวมคำถามและสิ่งที่ควรรู้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์

 ฟิลเลอร์ คืออะไร

 

Filler ถ้าแปลตามตัวเลยก็คือ สารเติมเต็มนั่นเองค่ะ ซึ่งแต่ก่อนเราแบ่ง ฟิลเลอร์ เป็นสองประเภท คือ แบบ Permanent และ แบบ Non Permanent ค่ะ

Permanent ก็คือ ฟิลเลอร์ที่อยู่กับเราไปตลอดชีวิต ถ้าจะเอาออกจะต้องเอาออกโดยการผ่าตัด ที่หลายๆคนกังวลเรื่องฉีดแล้วจะห้อยย้อยคล้อย ต้องไปขูด หรือฟิลเลอร์ไม่สลาย ก็มักจะเกิดจากซิลิโคนเหลวนี่เองค่ะ ซึ่งหลายๆคนอาจจะโดนเจ้าตัวนี้ไปในอดีต โดยที่ไม่รู้ตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ฉีดโดยหมอกระเป๋าในสมัยก่อน เขามักจะบอกว่าฉีดคอลลาเจนค่ะ ซึ่งข้อสังเกตง่ายๆนะคะ มักจะราคาถูก มักจะเน้นการฉีดเหมาบริเวณและมักจะอยู่ในหลอดฉีดยาไม่ได้อยู่ในแพ็คที่เป็นกล่องดีๆ ที่สำคัญคือส่วนมากแพทย์จริงไม่ได้ฉีดค่ะ มักจะเป็นหมอกระเป๋าหิ้วมาฉีดกันค่ะ

Permanent Filler อีกชนิดหนึ่งก็คือ Poly Acrylamide หรือ ชื่อทางการค้าคือ Aquamid Aquaderm ซึ่งอันนี้ ก็เหมือนกับซิลิโคนเหลวคือไม่ผ่านอย.ไทย และราคาต้นทุนค่อนข้างถูกมากเมื่อเทียบกับ Hyaluronic Acid ค่ะ เช่นกันค่ะมีแบบขายยกถุงเป็นกิโล ราคาไม่แพงเหมือนกลุ่มซิลิโคนเหลว ดังนั้นถ้าราคาถูกหรือมาในรูปแบบของเข็มฉีดยาไม่ได้มาเป็นPackageingเป็นกล่องๆ และไม่ใช่แพทย์เป็นคนฉีดก็ต้องระวังเช่นกันค่ะ

Non-Permanent ทำไมเราต้องฉีดฟิลเลอร์ กลุ่ม Non Permanent หรือ Hyaluronic Acid ที่เรานิยมฉีดตัวนี้ และเป็นฟิลเลอร์กลุ่มเดียวที่ผ่านอยฺ.ของไทย เพราะมันสลายได้นั่นเอง ทั้งนี้เกิดจากการที่ร่างกายของคนเรามี hyaluronic acid อยู่แล้วซึ่งในชั้นคอลลาเจนของผิวชั้นหนังแท้ และมันสามารถสลายไปตามกาลเวลาเนื่องมาจากเรามีเอนไซม์ย่อยสลาย Hyaluronic Acid ซึ่งก็คือ Hyaluronidase ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมฟิลเลอร์กลุ่มนี่ถึงสลายได้ค่ะ

 

วีดีโอแสดง Hyaluronidase ของฟิลเลอร์ หรือเรียกว่าการสลายFiller Non-Permanent

 

เพราะฉะนั้นกล่าวโดยสรุป คือจบสั้นๆ เลยคือ hyaluronic acid สลายค่ะ และ เป็น ฟิลเลอร์เพียงชนิดเดียวที่ผ่าน อยไทย ค่ะซึ่งมีหลายยี่ห้อ หลายแบรนด์ คุณสมบัติแตกต่างกัน จะอธิบายให้ฟังไปเรื่อยๆนะคะ

 ฟิลเลอร์แบบไหนดี

 

แน่นอนว่าต้องเป็น Hyaluronic Acid เท่านั้น ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีรุ่นย่อยๆ แตกต่างกันไปอีก และที่สำคัญเลยคือในแต่ละบริเวณก็แตกต่างกัน บางบริเวณควรใช้แบรนด์นี้รุ่นนี้ อย่างนี้เป็นต้นค่ะ เดี๋ยวจะสรุปตาม บริเวณให้ฟังอีกค่ะ  อ่านข้อมูลแบบละเอียด >> ฟิลเลอร์มีแบบไหนบ้าง ควรเลือกฟิลเลอร์ใช้ตัวไหน บริเวณไหน

 วิธีดูฟิลเลอร์ ของจริงและของปลอม

 

มาถึงหัวข้อนี้หมอจะพูดแต่ Hyaluronic Acids เท่านั้นนะคะ หลายๆคนมักจะสงสัยเพราะบางทีในส่วนของราคาในแต่ละที่มันต่างกันมาก หมอก็สงสัยเช่นกันค่ะว่าทำไมบางที่ถึงขายถูกกว่าทุนลอตใหญ่สุดที่หมอได้มาอีกหมอซื้อจนติด Top10 แล้วนะ เพราะอะไรถึงยอมขายของขาดทุน เค้าทำบุญทางอื่นดีกว่ามั้ย 55555 ก็เพราะมันมีของปลอมของหิ้ว ที่เค้าบอกเราว่าหิ้วแต่หิ้วมาจากไหนก็ไม่ทราบได้ ดังนั้น เลยมีข่าวให้เห็นแบบนี้นะคะ

 

ฟิลเลอร์ปลอม

"ดีเอสไอ-อย." ปูพรมค้น 12 จุด แหล่งนำเข้า "โบท็อกซ์-สเต็มเซลล์" ปลอม พบส่งขายคลินิกเสริมความงาม-กระจายขายปลีกออนไลน์ผ่านอินสตาแกรม

ยึดของกลาง 4 แสนชิ้น ตรวจสอบพบเงินหมุนเวียน 800 ล้าน เครดิต : กรุงเทพธุรกิจ

 

หมอเลยตัดสินใจซื้อฟิลเลอร์ปลอมมาจาก Web ที่ราคาถูก ที่หมอคิดว่ามันต้องปลอมแน่นอน เอากล่องมาเปรียบเทียบกันกับฟิลเลอร์ของแท้ที่ใช้อยู่ในร้านที่ซื้อกับตัวแทนจำหน่ายโดยตรง ก็พอจะสรุปได้ดังนี้นะคะ


Filler Neuramis deep ของปลอม
ของปลอม

 

Filler Neuramis deep ของแท้
ของแท้

Filler Neuramis deep ฟิลเลอร์แท้จะไม่มียาชา Lidocaine

 

ฟิลเลอร์ Neuramis deep ของปลอม
ของปลอม

 

ฟิลเลอร์ Neuramis deep ของแท้
ของแท้

ด้านข้างจะเป็นแถบขาวไม่มีตัวหนังสือ

 

ฟิลเลอร์ Neuramis deep ของปลอม
ของปลอม

 

ฟิลเลอร์ Neuramis deep ของแท้
ของแท้

ด้านข้างจะมีสติ๊กเกอร์ภาษาไทย และ QR code สำหรับตรวจสอบข้อมูลฟิลเลอร์

 

 ฟิลเลอร์ เหมาะกับใครและช่วยเรื่องอะไรบ้าง

 

ฟิลเลอร์ ช่วยในเรื่องใดได้บ้าง

1.ช่วยเรื่อง เติมเต็ม ไม่ว่าจะเป็นการเติมตั้งแต่ หน้าผาก ขมับ จมูก แก้ม แก้มตอบ ร่องแก้ม ร่องมุมปาก ร่องน้ำตา ปาก คาง กรอบหน้า คอ มือ ติ่งหู

 

บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ได้ และปริมาณของฟิลเลอร์ในแต่ละบริเวณ
จากรูปแสดงบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ได้ และปริมาณของฟิลเลอร์ในแต่ละบริเวณ

 

2. ช่วยยกกระชับใบหน้า นอกเหนือจากการเติมเต็มแล้ว เรามีเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อการยกกระชับ โดยทั่วไปเมื่ออายุเยอะขึ้นไม่ใช่แต่ผิวที่ฝ่อ แต่ชั้นไขมันลดลง ชั้น smas ก็เปลี่ยนแปลงไป ชั้นกระดูกก็ยังยุบตัวลงอีก เลยทำให้เส้นเอ็นยึดผิว หรือ Retaining Ligament เกิดการหย่อนตัว จากทั้งโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนไปและความเสื่อมของตัวมันเอง และชั้น SMAS ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน การที่ฉีดฟิลเลอร์ไปที่บางบริเวณ ก็เลยจะทำให้เส้นเอ็นยึดผิว สามารถยึดได้ดีขึ้น เลยทำให้เกิดการยกกระชับมากขึ้น การฉีดแบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมากๆ แต่ก็จะช่วยให้ดูใบหน้าอ่อนวัยและยกกระชับขึ้นค่ะ ซึ่งที่เดอะโคลเวอร์คลินิค เทคนิคนี้เรียกว่า Ogee Lifting หรือ Volume Lift โดยแตกต่างกันเรื่องของรายละเอียดและบริเวณที่ฉีดค่ะ

 

วีดีโอ ตอบข้อสงสัย ทำอย่างไรให้ดูอ่อนกว่าวัย

 

Ratian ligament ในผิวหนังชั้น smas เป็นเอ็นยึดผิวหน้า
จากรูปแสดง Ratian ligament ในผิวหนังชั้น smas เป็นเอ็นยึดผิวหน้า

 

3. ช่วยเรื่อง Skin Quality หน้าสวยผิวต้องปังด้วยนะคะ Hyaluronic Acid บางชนิด ออกแบบมาให้ฉีดชั้นตื้นๆ ได้ คือ ชั้นผิวด้านบนได้โดยที่ไม่เป็นลำไม่เป็นก้อน และสามารถอยู่ได้นานใกล้เคียงกับฟิลเลอร์ที่ช่วยเติมเต็ม ดังนั้นจะช่วยในสามเรื่อง คือ

   3.1 Hydration คือ อุ้มน้ำใต้ผิวได้ดี

   3.2 Increase Elasticity คือ ทำให้เกิดการสร้างเส้นใยอีลาสติน และคอลลาเจนที่เพิ่มขึ้น

   3.3 Smoothness ช่วยทำให้ผิวเนียน รูขุมขนกระชับขึ้น

 

ฟิลเลอร์ Juvederm

 

 ฟิลเลอร์ เหมาะกับใครบ้าง

 

ฟิลเลอร์เหมาะกับคน 4 กลุ่มต่อไปนี้ค่ะ Cr. Allergan

1. Beautification

2. Transformation

3. Correction

4. Positive aging

 

1. Beautification สั้นๆก็คือสวยอยู่แล้วสวยได้อีกนะคะ คือ เติมฟิลเลอร์เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนบางส่วนของใบหน้าให้ดูดีขึ้น มั่นใจขึ้นนั่นเองค่ะ แบบคนก็อาจจะแบบเอ๊ะๆ สวยขึ้นแต่นึกไม่ออกว่าไปทำอะไรมาอย่างนี้นะคะ

 

ฟิลเลอร์ เหมาะกับใครบ้าง

 

2. Tranformation อันนี้คือแนวสวยเปลี่ยนโลกนะคะ คือ เติมฟิลเลอร์เพื่อให้หน้าเปลี่ยนเป๊ะปัง สวยแล้วโลกต้องรู้ เช่น จัดไปเลย หน้าผาก จมูก คาง แก้มส้ม เพื่อเพิ่ม highlighting ของใบหน้า คือทำให้หน้าพุ่ง แล้ว ทำ shading area ให้ด้านข้างดูเล็กดูเรียวขึ้น ด้วย ฟิลเลอร์ขมับ เพื่อยกโหนก ลด แก้มตอบ ลดกรามด้วยโบทอกซ์ เป็นต้นค่ะ

 

ฟิลเลอร์ เหมาะกับใครบ้าง

ฟิลเลอร์ เหมาะกับใครบ้าง

ฟิลเลอร์ เหมาะกับใครบ้าง

 

3. Correction อย่างเช่น ใช้ฟิลเลอร์ ช่วยเรื่องรูปหน้า ให้ดูเท่ากันมากขึ้น ปรับแนวกราม แนวคาง ให้ตรงขึ้นเป็นต้นค่ะ

 

ฟิลเลอร์ เหมาะกับใครบ้าง

 

4. Positive aging อันนี้ไม่ได้เกี่ยวว่าต้องอายุ 70 ถึงมารักษานะคะ อันนี้ก็จะเป็นในเรื่องของการฟิลเลอร์เพื่อที่จะทำให้สวยสมวัย ใบหน้าดูยกกระชับ ดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้นค่ะ

 ฟิลเลอร์ ไม่เหมาะกับใคร

 

1. ตั้งครรภ์

2. มีการติดเชื้อ บริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์

3. เบาหวานที่ไม่สามารถคุมน้ำตาลได้ดี

 ฉีดฟิลเลอร์ เจ็บไหม

 

ฟิลเลอร์ คือการฉีด เพราะฉะนั้นก็จะสามารถรู้สึกได้บ้างเช่นกันนะคะ แต่ก่อนทำจะมีการทายาชา และ ในตัวยาของฟิลเลอร์เองหลายๆแบรนด์ก็จะมีการผสมยาชาลงไปเช่นกัน จึงทำให้คนไข้รู้สึกไม่แสบเวลาเดินยาค่ะ

 

ฟิลเลอร์ที่ไม่มียาชา
ฟิลเลอร์ที่ไม่มียาชา

 

 

ฟิลเลอร์ที่มียาชา
ฟิลเลอร์ที่มียาชา

 

 ฉีดฟิลเลอร์อันตรายหรือไม่ ผลข้างเคียงของฟิลเลอร์

 

อย่างที่ทราบๆ กันหลายๆคนจะกังวลในเรื่องของการฉีดฟิลเลอร์ มีข่าวเคยเห็นไม่ว่าจะเป็นตาบอด ติดเชื้อ หรือ บวม แดง ช้ำ สำหรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ หมอแยกเป็น พบได้บ่อย และพบได้น้อยนะคะ

 

พบได้บ่อย ได้แก่ รอยเข็ม บวม ช้ำ ค่ะ ปัญหาเหล่านี้สามารถเกิดได้ลดลงถ้าเราใช้เข็มปลายทู่ในการฉีดค่ะ เพราะเข็มปลายทู่ จะมีลักษณะเหมือนเป็นท่อเข้าไปในผิว ไม่ทำให้เกิดการทำให้หลอดเลือดใต้ผิวฉีกขาด จึงทำให้ลดการเกิดการบวมช้ำจากการโดนเส้นเลือดได้ค่ะ ส่วนรอยเข็ม สามารถเกิดได้เป็นจุดเล็กๆ แทบมองไม่เห็นประมาณ 1-2 วันหายค่ะ

 

พบได้น้อย ได้แก่ ติดเชื้อ

พบได้น้อย มักจะเกิดในคนไข้ที่ภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี หรือขั้นตอนในการทำหัตถการไม่สะอาด หรือคนไข้อาจจะมีการติดเชื้อผิวหนังในบริเวณใกล้เคียงกับบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ สามารถป้องกันได้โดย หลีกเลี่ยงการทำหัตถการบริเวณใกล้เคียงกับ ที่ติดเชื้ออยู่ ถ้าคนไข้คนไหนภูมิคุ้มกันไม่ดี เช่น เบาหวานที่ยังควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี หรือ โรคที่ต้องทำให้กินยากดภูมิคุ้มกันเยอะๆ ก็ควรงดไปก่อนค่ะ ส่วนขั้นตอนในการทำหัตถการไม่สะอาดนอกเหนือ จากการฆ่าเชื้อเช็ดแอลกอฮอล์หรือคลอเฮกซิดีนก่อนแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกเรื่องที่ต้องเช็ค คือ ฟิลเลอร์กล่องนั้นมาแกะกล่องต่อหน้าเราหรือไม่ เพราะถ้าไม่แกะกล่องมาหรือแบ่งมาฉีดอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้เช่นกันค่ะ

 

อาการที่สงสัยว่าอาจจะเกิดการติดเชื้อ คือ อาการปวดบวมแดงร้อน เป็นร่วมกัน ถ้าใครหลังฉีดฟิลเลอร์ แล้วมีอาการปวดบวมแดงร้อน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์คนที่ฉีดเลยนะคะ

 

บวมมากจากการโดนเส้นเลือด (Hematoma)

พบได้น้อย เกิดจากการโดนเส้นเลือดใหญ่ๆ ซึ่งปัจจุบันในการฉีดเรามักจะใช้เข็มปลายทู่ดังนั้นโอกาสโดนเส้นเลือดจะน้อยค่ะ

 

ผิวหนังขาดเลือดจากฟิลเลอร์ (Skin Necrosis)

พบได้น้อยมาก เกิดจากฟิลเลอร์ เข้าไปอุดบริเวณเส้นเลือดแดงที่ผิวหนังทำให้เกิดขาดเลือดไปเลี้ยงค่ะ โดยเส้นเลือดใบหน้าของเราจะเป็นลักษณะแบบนี้ค่ะ

 

ผิวหนังขาดเลือดจากฟิลเลอร์ (Skin Necrosis)

 

และอาจจะแตกต่างกันไปในแต่บุคคลได้เพราะคนเราแตกต่างกันค่ะ ดังนั้นความชำนาญของแพทย์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ การฉีดต้องฉีดให้ถูกชั้นความลึกความตื้น ไม่ใช่แค่เรื่องผลของการรักษาที่ดีเท่านั้น แต่เส้นเลือดอยู่ลึกตื้นต่างกัน แพทย์ต้องมีความรู้ค่ะ นอกจากนี้การ Draw Back ก่อนฉีดหรือการไม่ Force ขณะฉีด การฉีดที่ละ Volume น้อยๆ การกดดู Capillary Refill หรือกดดูการคืนตัวของเส้นเลือดและดูลักษณะของผิวในขณะที่ทำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญค่ะ

 

ผลข้างเคียงของฟิลเลอร์
อาการ มักจะเกิดอาการแดงเป็นลักษณะเป็นร่างแห แบบนี้ค่ะ

 

ผลข้างเคียงของฟิลเลอร์
มักจะไม่เจ็บ สักพักจะขึ้นเป็นตุ่มหรือผื่น ทำให้หมอหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นงูสวัด หรือเริม

 

ผลข้างเคียงของฟิลเลอร์
ต่อมา อาจจะเกิดเป็นลักษณะของเนื้อตาย แบบนี้ค่ะ

 

ซึ่งสามารถที่จะรักษาได้แต่ป้องกันไม่ให้เกิดดีกว่าค่ะ ไม่ว่าจะเป็น การฉีดโดยใช้เข็มทู่ , เทคนิคการ Draw Back , การฉีดให้ถูกชั้นของผิวหนัง เท่านี้ก็จะสามารถสวยแบบปลอดภัยได้แล้วค่ะ

 ฉีดฟิลเลอร์ แล้วตาบอดเพราะอะไร

 

พบได้น้อยมาก เกิดจากการที่ฟิลเลอร์ไปอุดตันเส้นเลือดแดงที่จอประสาทตาค่ะ ซึ่งจอประสาทตามีไว้สำหรับรับภาพ เมื่อไม่มีเลือดไปเลี้ยงจึงทำให้เซลล์ที่จอประสาทตาตายค่ะ เส้นเลือดเส้นนั้นชื่อ Central Retinal Artery นั่นเองค่ะ

 

ฉีดฟิลเลอร์ แล้วตาบอดเพราะอะไร

 

การฉีดที่มีความเสี่ยงอันดับต้นๆ มักจะเป็นบริเวณจมูก และหน้าผาก เพราะมี เส้นเลือดแดงที่ใหญ่และมีการเชื่อมต่อกับเส้นเลือดบริเวณรอบดวงตา และที่สำคัญ คนไข้มักจะไม่ทราบคือ การฉีดไขมันกลับพบว่ามีการอุบัติการณ์การเกิดตาบอดมากกว่าฟิลเลอร์ค่ะ เพราะถึงแม้มัน คือ ไขมันของเราเอง แต่ถ้าไม่ใช่น้ำ ก็สามารถอุดตันหลอดเลือดได้เช่นกัน ที่เลวร้ายกว่า คือ ไม่มียาสลายไขมันที่เข้าไปอุดนะคะ ในขณะที่ฟิลเลอร์มียาสลายค่ะ

เครดิต https://www.ncbi.nlm.nih.gov/m/pubmed/24762584/

 

ลักษณะอาการ มักจะมองเห็นลดลงในทันที ตอนที่มองเห็นลดลงทันทีในตอนแรก มักจะไม่เจ็บ แต่จะปวดตาหลังจากนั้นค่ะ และมักจะเป็นข้างเดียว

การรักษา มีช่วงเวลาที่เป็น Golden Period อยู่ประมาณ 90 นาที คือถ้าเกิดอาการ สามารถทำให้การมองเห็นดีขึ้นได้ ถ้าเรารักษาได้ทันถ่วงทีภายใน 90 นาทีแรก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการอุดตันเส้นเลือดด้วยเช่นกันค่ะ

 สรุป

 

ณ ปัจจุบัน หมอไม่นิยมฉีดฟิลเลอร์จมูกค่ะ เพราะมีวิธีการอื่นๆ ที่ทำให้ดั้งโด่งขึ้นได้หลายๆวิธี เช่น เสริมซิลิโคน หรือ ร้อยไหม ได้ผลเหมือนกัน

ส่วนฟิลเลอร์บริเวณอื่นๆ ฉีดด้วยความระมัดระวังแบบมีความรู้ว่ากายวิภาคของเส้นเลือด ทั้งขนาด ความลึกตื้น และ อยู่บริเวณไหน เป็นต้น เพื่อให้ปลอดภัย แต่ก็ยังต้องระวังเพราะเส้นเลือดอาจจะมีความแตกต่างได้ในแต่ละบุคคล การใช้เข็มปลายทู่เพื่อไม่ให้ไปโดนเส้นเลือดโดยตรง การ Draw Back ทุกครั้งในระยะเวลาที่นานพอ เพื่อจำกัดความเสี่ยงที่สำคัญ ต้องรู้ว่าถ้าเกิดปัญหาไม่ว่าปัญหาเรื่องอะไร จะจัดการอย่างไรต่อดีเพราะฉะนั้นจะเน้นสวยอย่างเดียวไม่ได้นะคะ ความปลอดภัยต้องมาคู่กันค่ะ

 ฉีดฟิลเลอร์ ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ , มีแบบไหนบ้าง

 

สำหรับฟิลเลอรที่ The Clover ราคาเริ่มต้นที่ 7,999 บาท

ไม่ได้พิมผิดค่ะ เริ่มต้นที่ 7,999 จีๆ คือ นิวรามิส Neuramis ค่ะ (อ่านเพิ่มเติม ฟิลเลอร์นิวรามิส http://bit.ly/2KKeEZz ) ซึ่งขนาดฟิลเลอร์เกาหลีราคาสบายกระเป๋า ยังมีของปลอมของหิ้วกันอีก ก็ต้องระวังนะคะ ของที่นี่ก็หายห่วงได้ค่ะ เพราะเราสั่งเยอะเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศในทุกแบรนด์ฟิลเลอร์ที่เรามี คนไข้สามารถเอากล่องกลับบ้านไปได้ทุกเมื่อค่ะ

Restylane 1 cc 13,000 บาท ถ้าต้องใช้หลาย cc ราคาจะถูกลงเรื่อยๆค่ะ

Juvederm Ultra Ultraplus 1 cc 13,000 บาท ถ้าต้องใช้หลาย cc ราคาจะถูกลงไปเรื่อยๆ เช่นกันค่ะ

Juvederm Vycross ได้แก่ volift vobella voluma ราคาอยู่ที่ 1 cc 15,000 บาท ใช้หลาย cc หรือหาคนมาหาร ได้ราคาถูกลง ลดลง cc ละ 2-3 พันเลยค่ะ

ที่สำคัญ แกะกล่องเอากลับบ้าน ไปได้เลยค่ะ ของเราใช้จริงและใช้เยอะมากค่ะ

 

คุณหมอเจี๊ยบร่วมงานขอบคุณลูกค้าบริษัท Allergan ที่มียอดซื้อฟิลเลอร์ โบทอกซ์อันดับต้นๆของประเทศ

 

คุณหมอเจี๊ยบร่วมงานขอบคุณลูกค้าบริษัท Allergan ที่มียอดซื้อฟิลเลอร์ โบทอกซ์อันดับต้นๆของประเทศ
คุณหมอเจี๊ยบร่วมงานขอบคุณลูกค้าบริษัท Allergan ที่มียอดซื้อฟิลเลอร์ โบทอกซ์อันดับต้นๆของประเทศ

 

 ฟิลเลอร์มีแบบไหนบ้าง ควรเลือกฟิลเลอร์ใช้ตัวไหน บริเวณไหน

 

เพราะฟิลเลอร์มีหลายแบรนด์และแต่ละแบรนด์มีหลายรุ่น เรามาดูคุณสมบัติคร่าวๆ ของฟิลเลอร์กันค่ะ ว่าเพราะอะไร ทำไมเราถึงควรใช้ฟิลเลอร์รุ่นนี้ในตำแหน่งนี้ หรือแม้แต่ตำแหน่งเดียวกัน ทำไมต้องใช้ฟิลเลอร์ต่างกันขึ้นอยู่กับอะไร จริงๆภาษาหมอจะเรียก Dermal Filler Rheology คือ เป็นการนำฟิลเลอร์มาทดสอบตามกระบวนการทางฟิสิกส์ (แต่ถ้าอธิบายแบบฟิสิกส์คงเพลียแน่ๆค่ะ 5555)

เพราะฟิลเลอร์โดยทั่วไป เราไม่ได้ฉีดไปแล้วอยู่เฉยๆ ใช่มั้ยคะ บริเวณใบหน้าต้องมีการขยับ ต้องมีแรงต่างๆตลอดเวลาอย่างน้อยก็แรงโน้มถ่วง ดังนั้นที่หลายๆคนกลัวว่าฉีดฟิลเลอร์แล้วจะไหล จะย้อยจะย้วย คำตอบก็คือ ฟิลเลอร์เค้าออกแบบมาให้เหมาะสมกับการฉีดเข้าผิวของเราค่ะ มีการทดสอบต่างๆมากมายก่อนที่จะออกมาเป็นฟิลเลอร์แบบที่เราเห็นกัน จะพยายามอธิบายแบบง่ายๆ เพื่อให้เข้าใจกันนะคะ

 

การเลือกฟิลเลอร์ ที่สำคัญมีแค่สองเรื่องคือ

1. ความหนืดและความยืดหยุ่นของฟิลเลอร์

2. ความแน่น และยืดหยุ่นของผิว

 

1. ความหนืดและความยืดหยุ่นของฟิลเลอร์ (Viscoelasticity)

ฟิลเลอร์ไม่เหมือนน้ำลักษณะจะเป็นเจลนะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญ คือ ต้องคงรูปต่อแรงกดอย่างเหมาะสม ไม่ใช่ว่าเจอแรงกดแล้วก็แบนไม่ทนต่อแรงเลยหรือแข็งเหมือนยางก็ไม่ได้เพราะมันอยู่ในใบหน้าของเราที่ต้องมีการขยับตลอดเวลา

อีกอย่างที่สำคัญคือต้องมีการเกาะตัวกันของฟิลเลอร์ที่เหมาะสม ไม่ใช่เหนียวเกิน จนเกาะกันเป็นก้อน เกลี่ยไม่ได้ ไม่เหลวจนกระจายไหลแยกออกจากกันตามภาชนะที่ใส่แบบน้ำ คุณสมบัติเหล่านี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นแต่ละแบบ ดังนั้น บริเวณที่เหมาะสมในการฉีดฟิลเลอร์ แต่ละชนิดก็จะแตกต่างกันค่ะ มาพูดถึงฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์ที่หมอใช้กันนะคะ

 

1.1 Restylane

ฟิลเลอร์แบรนด์แรกของโลก ซึ่งเรสไทเรน ตอนนี้มีรุ่นย่อยๆ ถึง 7 รุ่น มี Gel Technologies ถึงสองแบบ คือ NASHA และ obt ซึ่งมีข้อดีแตกต่างกันค่ะ โดยทั่วๆไป กลุ่ม obt เนื้อเจลจะเป็นธรรมชาติ เนียน และอยู่นาน แต่ในแง่ lifting capacity การช่วยยกกระชับจะไม่เท่า กลุ่ม NASHA ค่ะ

ซึ่งระยะเวลาในการอยู่นานของฟิลเลอร์ก็ขึ้นกับ เทคโนโลยีการผลิตของฟิลเลอร์ด้วยเช่นกันค่ะ โดยกลุ่ม obt จะมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่าค่ะ ส่วนแต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร สรุปคร่าวๆตามตารางค่ะ

 

ความหนืดและความยืดหยุ่นของฟิลเลอร์

 

1.2 Juverderm

ฟิลเลอร์สุดฮิตจากประเทศอเมริกา ซึ่งตอนนี้ในประเทศไทย มีอยู่ด้วยกันตอนนี้ รุ่นย่อยๆอยู่ 6 รุ่น และมี gel technologies 2 แบบเช่นกัน คือ hyacross และ vycross ค่ะ โดย hyacross จะอุ้มน้ำได้เยอะ แต่อยู่ได้สั้นกว่ากลุ่ม vycross ส่วน vycross จะอยู่ได้นานกว่า มี Lifing Capacity ที่ดีกว่า และมีหลายรุ่นนกว่าดังนี้ค่ะ

 

1.3 นิวรามิส

ฟิลเลอร์น้องใหม่ล่าสุดจากเกาหลี โดยนิวรามิสรุ่นที่ผ่าน อย. ในประเทศไทย มีเพียงรุ่นเดียว คือ นิวรามิสดีพ Neuramis Deep นะคะ

รายละเอียด หมอมีบทความ เฉพาะของนิวรามิส เข้าไปดูในลิงค์นี้ได้เลยค่ะ http://bit.ly/2KKeEZz

 

2. ความแน่นและความยืดหยุ่นของผิว

การประเมินของแพทย์เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เพราะ การฉีดฟิลเลอร์เป็นการฉึดเข้าไปในบริเวณชั้นผิว ลักษณะของผิวแต่ละคน เช่นผิวบางผิวหนา มีผลต่อการเลือกชนิดของฟิลเลอร์มากนะคะ เพราะบริเวณที่ผิวบาง เราไม่นิยมฉีดชนิดที่มี ความหนืดสูง เพราะอาจจะเกิดเป็นก้อนไม่เบลนไปกับผิวได้ค่ะ

และในแต่ละจุดของใบหน้าเราต้องประเมินว่าเราต้องการฉีดเข้าในชั้นผิวชั้นไหน เพราะจะใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะสมแตกต่างกันค่ะ

อีกเรื่องนึง คือความยืดหยุ่นของผิว ถ้าผิวยืดหยุ่นได้ไม่ดีนัก ต้องเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะสม ฉีดชั้นที่ถูกต้อง ไม่ตื้นมากจนเกินไป และฉีดด้วยปริมาณในแต่ละจุดที่เหมาะสมเช่นกันค่ะ

ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์เป็นงานที่มีรายละเอียดที่ต้องคำนึงถึงเยอะมากกกก จึงไม่ใช่ การฉีดฟิลเลอร์อะไรก็ได้ ชนิดไหนก็ได้ ฉีดชั้นผิวไหนก็ได้ ฉีดปริมาณเท่าไหร่ก็ได้ และที่สำคัญฉีดกับใครก็ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นการออกแบบในแต่ละบุคคล เพราะผิวและปัญหาแตกต่างกันค่ะ

 ฟิลเลอร์ อยู่ได้นานเท่าไหร่

 

จูวีเดิร์ม รุ่นอยู่ได้ประมาณ 1 ปี คือ กลุ่ม Hyacross ได้แก่ Juvederm Ultra และ Juvederm Ultra plus

 

ฟิลเลอร์ จูวีเดิร์ม รุ่นอยู่ได้ประมาณ 1 ปี

 

Juvederm รุ่น Vycross

Voluma >> 2 ปี

Volift -vobella >> 1-1.5 ปี

Volite >> 9 เดือน

 

ฟิลเลอร์ อยู่ได้นานเท่าไหร่

 

ฟิลเลอร์ อยู่ได้นานเท่าไหร่

 

Neuramis deep อยู่ได้นาน 6-8 เดือนค่ะ

 

Neuramis deep อยู่ได้นาน 6-8 เดือน

 

Restylane NASHA

 

ฟิลเลอร์ อยู่ได้นานเท่าไหร่

 

 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เลือกฟิลเลอร์อันไหนดี

 

จริงๆ ทุกๆ แบรนด์ก็จะออกแบบรุ่นที่เหมาะกับใต้ตาอยู่แล้วนะคะ แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นคือขึ้นกับผิวใต้ตาด้วยว่าชั้นผิวเป็นอย่างไร มีการ หายไปของชั้นไขมัน บริเวณใด มีถุงใต้ตาเป็นแบบไหนก็จะใช้ฟิลเลอร์แตกต่างกันออกไปค่ะ

 

เรสไทเรน

ฟิลเลอร์แบรนด์เรสไทเรนรุ่นที่เหมาะกับการฉีดใต้ตา ก็คือ รุ่นที่ ลักษณะ gel texture ค่อนข้าง soft ปริมาณ HA เหมาะสมไม่เยอะจนเกินไปจนอุ้มน้ำใต้ผิวเยอะ อาจทำให้ใต้ตาบวมหลังฉีดได้ ไม่ได้เน้นตัวที่มี lifting capacity มากนักเพราะถ้าตัวที่G’ หรือ ตัวที่มี elasticity คือความยืดหยุ่นสูงเนื้อเจลมักจะแข็งกว่า ซึ่งบริเวณใต้ตา เป็นผิวที่บางอาจทำให้เห็นฟิลเลอร์เป็นเงาtyndall หรือเป็นก้อนได้ง่ายสามารถผสานกับเนื้อผิวได้ดี (tissue integration) มีความหนืดที่เหมาะสมไม่ทำให้เป็นก้อน สามารถเกลี่ยได้ง่าย(cohesivity ไม่สูงมาก) รุ่นที่เหมาะก็อย่างเช่น restylane vital light ,Restylane vital, Restylane refyne, Restylane lidocaine

 

ส่วนเราจะเลือกรุ่นไหนนั้น นอกจากขึ้นอยู่ชนิดฟิลเลอร์ ยังขึ้นอยู่กับ ผิวของคนไข้เองด้วยดังที่กล่าวไปแล้วค่ะ

 

filler Restylane

filler Restylane

filler Restylane

filler Restylane

 

จูวีเดิร์ม

ฟิลเลอร์ รุ่นที่เหมาะกับบริเวณใต้ตา ก็เช่นเดียวกับ เรสไทเรน คือต้องมีความหนืดและความยืดหยุ่ยที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป รุ่นที่เหมาะก็อย่างเช่น volite, vobella , volift ซึ่งถ้าเป็น volift ต้องดูผิวเดิมของคนไข้ด้วยนะคะ ว่าเหมาะหรือไม่ ถ้าเป็น hyacross รุ่นที่ใช้ได้จะเป็น juverm ultra แต่ก็จ้องดูตามผิวเช่นกัน เพราะกลุ่ม hyacross อุ้มนำ้ค่อนข้างเยอะ อาจจะรู้สึกบวมเล็กน้อย ในสองสามวันแรกได้ค่ะ

 

ฟิลเลอร์ จูวีเดิร์ม

ฟิลเลอร์ จูวีเดิร์ม

ฟิลเลอร์ จูวีเดิร์ม

 

นิวรามิส

สำหรับรุ่นที่ผ่านอย ในเมืองไทยมีแต่รุ่น deep ค่ะ ซึ่งค่อนข้างแข็งเกินไปสำหรับการฉีดใต้ตาค่ะ

 

ฟิลเลอร์ นิวรามิส

 

 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยลดใต้ตาลึก ฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยเรื่องร่องน้ำตา

 

เพราะมีร่องน้ำตา ทำให้ใต้ตาลึกโหล ดูโทรม ดูไม่สดใส หลายๆคนด้วยโครงสร้างของใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นกระดูก หรือ เส้นเอ็นยึดผิวอะไรต่างๆ ทำให้เกิดร่องน้ำตาเห็นตั้งแต่อายุยังน้อย

 

คนที่อายุยังน้อย ก็เกิดร่องใต้ตาก่อนวัย
ตัวอย่าง คนที่อายุยังน้อย ก็เกิดร่องใต้ตาก่อนวัย

 

แต่หลายๆคน ตั้งแต่อายุ 25 ขี้นไป ผิวเราก็เสียคอลลาเจนลงเรื่อยๆ นะคะ เรียกได้ว่าสร้างน้อยกว่าทำลาย นอกเหนือจากชั้นผิวที่บางลงแล้ว ยังมีเรื่องของไขมันใต้ตา ทั้งชั้นลึกและชั้นตื้นที่ลดน้อยถอยลง ส่งผลทำให้ลึกกว่าเดิมไปอีก นอกเหนือจากนี้เส้นเอ็นยึดผิวหย่อนลง นอกจากจะลึกแล้วยังคล้อยด้วย ลึกลงไปในชั้นกระดูกก็มีการยุบตัวลงอีก เรียกได้ว่าเป็นทุกชั้น เพราะฉะนั้นการเติมฟิลเลอร์เข้าไป นอกจากในเรื่องของการช่วยเติมให้เต็มแล้ว ยังช่วย reverse aging process คือ หมายถึงแก้ที่ต้นเหตุ ตั้งแต่ช่วยเติมแทนไขมันชั้นลึก ชั้นตื้น ยกกระชับเส้นเอ็นยึดผิว ทำให้ผิวบนเต็มขึ้น จึงเป็นการแก้ไขที่ตรงจุดค่ะ

 

ไขมันในชั้นลึกตื้นของใบหน้า เมื่อเกิดaging procress

ไขมันในชั้นลึกตื้นของใบหน้า เมื่อเกิดaging procress
รูปภาพแสดงไขมันในชั้นลึกตื้นของใบหน้า เมื่อเกิดaging procress

 

 ฉีดฟิลเลอร์ ลดใต้ตาคล้ำ

 

ใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า นอนพอ10 ชม คนว่าอดนอนตลอดเวลา สาเหตุของใต้ตาคล้ำเกิดจาก หลักๆคือ เส้นเลือดเม็ดสี และ volume ที่หายไป รายละเอียด ดูที่ลิงค์นี้ค่ะ http://bit.ly/2jZ2HG6

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาก็เหมือนเป็น คอลซีลเลอร์ตามธรรมชาติ เป็นการเติม volume ที่หายไป หมอมักจะบอกคนไข้เสมอๆว่า เวลาเราเติมฟิลเลอร์ใต้ตาให้นึกถึงแอปเปิ้ล เวลามันเหี่ยวๆ ขาดน้ำ จะเป็นสีแดงเข้ม ในขณะดียวกันถ้า แอปเปิ้ลที่เต่งตึง สีแดงจะสีอ่อนกว่า ดูสดใสกว่า ใต้ตาก็เช่นกันนะคะ ถ้าเติมฟิลเลอร์เข้าไป นอกจากจะช่วยเติมเต็มให้ผิวฟูขึ้นแล้ว ที่ใต้ตาดูคล้ำลง ก็จะดูลดลงด้วยค่ะ

 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยลดถุงใต้ตา ได้อย่างไร

 

ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าถุงใต้ตา เกิดจากอะไรนะคะ

ถุงใต้ตาจริงๆ คือ inferior orbital fatคือไขมันในโพรงตา ที่ยื่นและห้อยออกมานั่นเองค่ะ ทำไมตอนอายุน้อยๆ ถึงไม่ห้อยทำไมอายุเยอะขึ้นถึงห้อยมากขึ้นเกิดจากคือ Orbital septum เกิดการหย่อนตัว จากภาวะ aging process ซึ่งจะทำให้ ไม่ว่าจะเป็นผิวด้านบนบางลง superficial fat ไขมันชั้นตื้นที่น้อยลง(ไม่ใช่ orbital fat คือไขมันในโพรงตาแต่เป็น ไขมันที่หน้าชั้นตื้น) และเลื่อนลงล่าง ทำให้เห็นเป็น ใต้ตาที่ลึก อยู่ใต้ถุงใต้ตาอีกทีและทำให้เห็นโหนกดูชัดขึ้น(malar mounds) กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นกำแพงช่วยสร้างความแข็งแรง ก็เกิด atrophy คือฝ่อตัวลง deep fat คือ ไขมันชั้นลึก (SOOF) ก็ลดลงเช่นกัน สุดท้ายกระดูกเกิดการฝ่อตัว เบ้าตาจะลึกและกว้างขี้น ทั้งหมดนี้เลยทำให้ เกิดการห้อยเลื่อนของ orbital fat ออกมาเป็นถุงค่ะ

 การฉีดฟิลเลอร์ช่วยให้ถุงใต้ตา ลดลงได้อย่างไร

 

อย่างที่บอกว่าส่วนนึงที่มันเลื่อนห้อยย้อยลงมา เกิดจาก structure ด้านบนและด้านล่างของไขมันในโพรงตา (orbital fat) คือ ไขมันผิว ผิว กล้ามเนื้อ กระดูก เกิดการเปลี่ยนแปลง การฉีดฟิลเลอร์นอกจากเติมเต็มแล้วยังช่วยให้ดันให้ orbital septum เข้าไปด้านในได้มากขึ้นเป็นการ reverse aging mechanism จึงช่วยทำให้ถุงใต้ตาดีขึ้นได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นการฉีดต้องประเมินความรุนแรงของถุงใต้ตาด้วยสามารถช่วยได้ในกรณีที่เป็น มีถุงใต้ตา เล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ถ้าในกรณีที่เป็นมากควรพิจารณาผ่าตัดค่ะ

ดังนั้น เทคนิคการฉีดใต้ตา จึงมีความสำคัญมาก ควรจะฉีดทั้งชั้นลึกและชั้นตื้น และใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะสม ทุ้งตัวที่ช่วยพยุง และตัวที่ฉีดที่ผิว เพื่อให้เห็นผลที่ดีและชัดเจนค่ะ

 Reference :

 

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/m/pubmed/26397245/

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/m/pubmed/24077013/?i=2&from=/26397245/related

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/m/pubmed/30235380/?i=5&from=/24077013/related

https://www.mdedge.com/dermatology/article/101904/aesthetic-dermatology/update-hyaluronic-acid-fillers-facial-rejuvenation

https://aestheticsjournal.com/feature/infraorbital-rejuvenation

 

 

 

 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

 
 

14 พฤศจิกายน 2562

ผู้ชม 1374 ครั้ง

Engine by shopup.com