หน้าไม่เท่ากัน (Asymmetrical Face) เกิดจากอะไร
ทำไมใบหน้าไม่สมมาตร ไม่สมดุล มองดูแลรู้สึกว่า หน้าเอียง ไม่เท่ากัน ด้านหนึ่งดูหย่อนคล้อยมากกว่าอีกด้านหนึ่ง การที่ใบหน้าไม่สมมาตรเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย แต่ถ้าความไม่สมมาตรส่งผลต่อความมั่นใจ สามารถแก้ไขได้ด้วยหัตถการ
ใบหน้าของมนุษย์ ไม่มีใครสมมาตร 100% เพราะโครงสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อทั้งสองข้างมีความแตกต่างกันเล็กน้อยตามธรรมชาติ วัยที่มากขึ้น ยิ่งเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน โดยเฉพาะความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นด้านใดด้านหนึ่งจึงทำให้ใบหน้าอีกด้านไม่เท่ากันนั่นเอง
สาเหตุที่ทำให้หน้าหย่อนคล้อยข้างเดียว
1. พฤติกรรมและท่าทางในชีวิตประจำวัน
- นอนตะแคงข้างเดียวเป็นเวลานาน แรงกดจากหมอนจะส่งผลต่อโครงสร้างใบหน้า ทำให้ด้านที่นอนทับมีแนวโน้มหย่อนคล้อยเร็วกว่า และคอลลาเจนอาจถูกทำลายได้ง่ายขึ้น
- การเคี้ยวอาหารข้างเดียว ด้านใดด้านหนึ่งเป็นหลัก กล้ามเนื้อด้านที่ใช้บ่อย จะพัฒนามากกว่า ทำให้ขนาดและรูปร่างของใบหน้าไม่สม่ำเสมอ
- การพยุงคาง หรือพิงมือข้างเดียวที่คางหรือแก้มข้างเดียวเป็นเวลานาน โดยเฉพาะขณะทำงาน จะสร้างแรงกดที่ไม่สม่ำเสมอต่อใบหน้า
- การยิ้มหรือใช้แสดงสีหน้า บางคนมีพฤติกรรมการยิ้มหรือใช้สีหน้าที่เอียงไปข้างหนึ่ง การใช้กล้ามเนื้อไม่สม่ำเสมอนี้เมื่อทำซ้ำๆ นานปีอาจส่งผลต่อรูปร่างใบหน้า
2. โครงสร้างกระดูกและพันธุกรรม
- ความไม่สมมาตรของกระดูกขากรรไกรแต่กำเนิด หรือกระดูกแก้มข้างหนึ่งโปนกว่าอีกข้าง ซึ่งอาจเป็นเรื่องของพันธุกรรม
- การเจริญเติบโตของกระดูกที่ไม่สม่ำเสมอ ในช่วงวัยเด็กถึงวัยรุ่น หากการเจริญเติบโตของกระดูกใบหน้าทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ส่งผลถึงวัยผู้ใหญ่
3. ปัญหาทางทันตกรรม
- เมื่อสูญเสียฟันด้านใดด้านหนึ่ง เช่นการถอนฟัน อุบัติเหตุทำให้ฟันเสียหาย ฟันหลอ โดยเฉพาะฟันกรามที่สำคัญต่อการเคี้ยว กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นจะฝ่อลง และกล้ามเนื้อใบหน้าด้านนั้นจะใช้งานน้อยลง ส่งผลให้เกิดความไม่สมมาตร
- ปัญหาการสบฟัน (Malocclusion) ทำให้กล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุล อาจส่งผลต่อรูปร่างใบหน้าในระยะยาว
- โรคข้อต่อขากรรไกร (TMJ) ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าทำงานไม่สมดุล
4. วัยที่มากขึ้นส่งผลต่อการหย่อนคล้อยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
- ผิวหนังด้านที่โดนแสงแดดมากกว่า หรือด้านที่มีพฤติกรรมกดทับบ่อย มักจะสูญเสียคอลลาเจนเร็วกว่า
- ไขมันใต้ผิวหนังลดลงตามวัย และมักจะลดลงไม่เท่ากันทั้งสองข้าง
- แรงโน้มถ่วงส่งผลต่อใบหน้าที่มีจุดอ่อนหรือเนื้อเยื่อมากกว่าอีกด้านหนึ่ง
5. สุขภาพร่างกาย
- อัมพาตใบหน้าข้างเดียว โรคที่ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง ส่งผลให้ใบหน้าเอียงไปข้างหนึ่ง
- โรคหลอดเลือดสมอง อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อใบหน้าข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรงถาวร
- การบาดเจ็บหรือแผลเป็นที่ใบหน้าข้างเดียวอาจทำให้เนื้อเยื่อหดรั้งไม่สมมาตร
- การผ่าตัดที่ใบหน้าข้างใดข้างหนึ่ง อาจส่งผลต่อโครงสร้างและความสมมาตร
6. พฤติกรรม
เช่น การก้มหน้าก้มตามองจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยเฉพาะถ้ามีท่าทางเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง จะส่งผลต่อกล้ามเนื้อและผิวหนังใบหน้า ทำให้เกิดการหย่อนคล้อยที่ไม่สม่ำเสมอ
ลักษณะที่บอกว่า หน้าไม่เท่ากันควรเข้ารับการแก้ไข
- ใบหน้าข้างหนึ่งดูตกกว่าอีกข้าง อย่างเห็นได้ชัด
- มุมปากข้างหนึ่งห้อยลงมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้ยิ้ม
- ร่องแก้มหรือร่องน้ำหมากข้างหนึ่งลึกกว่า อย่างชัดเจน
- กรอบหน้าข้างหนึ่งคมชัดกว่า หรือเป็นรูปร่างต่างกัน
- ผิวหนังข้างหนึ่งหย่อนกว่า มองเห็นได้ชัดในภาพถ่าย
หัตถการที่เหมาะกับการปรับสมดุลใบหน้า ยกกระชับลดความหย่อนคล้อย
1. โปรแกรมฟิลเลอร์ ปรับสมดุลใบหน้าได้ทันที แก้ไขความไม่สมมาตรของใบหน้า สามารถฉีดเพิ่มปริมาณในบริเวณที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ
การใช้ฟิลเลอร์แก้ไขหน้าไม่เท่ากัน แพทย์จะวิเคราะห์ใบหน้าและฉีดฟิลเลอร์เพิ่มในด้านที่บุ้มหรือยุบกว่า เพื่อให้ทั้งสองข้างดูสมดุลกัน

- โหนกแก้ม ยกและเติมปริมาณให้สูงเท่ากัน
- ขมับ เติมบริเวณที่บุ้มเพื่อให้เต็มเท่ากัน
- กรอบหน้า ปรับให้มีความคมชัดเท่ากัน
- คาง ปรับให้อยู่กึ่งกลางและสมดุล
- ร่องแก้ม เติมด้านที่ลึกกว่าให้ตื้นเท่ากัน
The Clover Clinic เติมเต็ม ยกกระชับ
2. โปรแกรม Thermage ยกกระชับปรับสมดุลใบหน้า

โปรแกรม Thermage ใช้คลื่นความถี่วิทยุกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังลึก ช่วยยกกระชับใบหน้า แม้ว่าจะทำทั้งสองข้าง แพทย์สามารถปรับความเข้มของคลื่นในแต่ละข้างให้เหมาะสม

- แพทย์จะยิงโปรแกรม Thermage ครอบคลุมทั้งใบหน้า
- ด้านที่หย่อนคล้อยมากกว่าจะได้รับการยิงเข้มข้นกว่า หรือจำนวน shot มากกว่า
- ผลลัพธ์จะทำให้ทั้งสองข้างกระชับขึ้นพร้อมกัน แต่ด้านที่หย่อนกว่าจะได้ประโยชน์มากกว่า
โปรแกรม Thermage เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อยข้างเดียวเล็กน้อยถึงปานกลาง
- อายุ 30-60 ปี ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า
- ผู้ที่ต้องการแก้ไขทั้งความไม่สมมาตรและการหย่อนคล้อยพร้อมกัน
The Clover Clinic โปรแกรม Thermage FLX
3. โปรแกรม Ulthera ยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS

โปรแกรม Ulthera ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์โฟกัสความร้อนลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า จึงทำให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับได้ดี

- แพทย์จะใช้ Ultrasound Imaging มองเห็นชั้นผิวหนังขณะทำ
- สามารถปรับความลึกและความเข้มของพลังงานในแต่ละข้างได้
- ด้านที่หย่อนคล้อยมากกว่าจะได้รับการรักษาที่เข้มข้นกว่า
- โปรแกรม Ulthera สามารถยกกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อในชั้นลึก ทำให้ผลลัพธ์คงทนนาน
The Clover Clinic โปรแกรม Ulthera

4. โปรแกรม Oligio X นวัตกรรมใหม่ยกกระชับแบบไม่เจ็บ

โปรแกรม Oligio X เทคโนโลยี Monopolar Radiofrequency รุ่นล่าสุดที่จากเกาหลี เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวเจ็บแต่ต้องการผลลัพธ์ดี

- ใช้คลื่น RF ส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่ชั้นผิวหนังลึก
- แพทย์สามารถปรับจำนวน shot และความเข้มในแต่ละบริเวณให้เหมาะสม
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่
- ช่วยยกกระชับและปรับสมดุลใบหน้า

ข้อดีของโปรแกรม Oligio X
- เจ็บน้อยกว่าโปรแกรม Ulthera มาก
- เห็นผลบางส่วนทันทีหลังทำ
- ราคาถูกกว่าโปรแกรม Ulthera แต่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน
- เหมาะกับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวแพ้ง่าย

เหมาะกับใคร
- ผู้ที่เริ่มมีอาการหย่อนคล้อยข้างเดียว
- ผู้ที่กลัวเจ็บจากโปรแกรม Ulthera
- ผู้ที่ต้องการบำรุงรักษาและป้องกันความหย่อนคล้อยเพิ่มเติม
The Clover Clinic โปรแกรม Oligio X

ในผู้ที่มีความไม่สมมาตรชัดเจน การใช้โปรแกรมยกกระชับแบบผสมให้ผลลัพธ์ดีกว่า
โปรแกรม Ulthera หรือโปรแกรม Oligio X เพื่อยกกระชับโครงสร้างใบหน้า
- ยกกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อในชั้นลึก
- ปรับความเข้มในแต่ละข้างให้เหมาะสม
- รอผลลัพธ์ 4-6 สัปดาห์
โปรแกรมฟิลเลอร์เพื่อปรับสมดุลและเติมเต็มปริมาณ

- ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ที่จุดที่ยังไม่สมมาตร
- เติมปริมาณในบริเวณที่บุ้มหรือยุบ
- ปรับแต่งรายละเอียดให้ละเอียดยิ่งขึ้น
The Clover Clinic เติมเต็ม มีมิติ
บำรุงรักษาด้วยโปรแกรม Thermage
- เพื่อคงความกระชับและสมมาตร
- ป้องกันการหย่อนคล้อยเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย
หน้าไม่เท่ากันเป็นเรื่องปกติหรือไม่
โดยปกติแล้ว ใบหน้าของเราจะไม่เท่ากันซึ่งไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพแต่อย่างใด แต่ถ้าความไม่สมมาตรชัดเจนจนส่งผลต่อความมั่นใจ ก็สามารถปรับปรุงได้ด้วยหัตถการ
นอนตะแคงข้างเดียวทำให้หน้าเอียงได้จริงหรือ
นอนตะแคงข้างเดียวเป็นเวลานานปี จะสร้างแรงกดต่อใบหน้า อาจทำให้ใบหน้าด้านที่นอนทับมีแนวโน้มหย่อนคล้อยเร็วกว่า ควรสลับข้างนอนหรือนอนหงายเป็นหลัก
โปรแกรมฟิลเลอร์แก้หน้าไม่เท่ากันได้ดีแค่ไหน
โปรแกรมฟิลเลอร์ เติมปริมาณในจุดที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ ผลลัพธ์จะเห็นได้ทันที แต่อาจต้องทำหลายครั้งเพื่อปรับแต่งให้ได้สัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ
โปรแกรม Ulthera กับโปรแกรม Oligio X อันไหนเหมาะกับการปรับสมดุลใบหน้า
- โปรแกรม Ulthera เหมาะกับผู้ที่หย่อนคล้อยมากและต้องการผลลัพธ์สูงสุด แม้จะเจ็บมากกว่า
- โปรแกรม Oligio X เหมาะกับผู้ที่หย่อนคล้อยน้อยถึงปานกลาง กลัวเจ็บ และต้องการราคาที่เข้าถึงได้
ควรทำโปรแกรมฟิลเลอร์ก่อนหรือโปรแกรม Ulthera/โปรแกรม Oligio X ก่อน
แนะนำให้ทำโปรแกรม Ulthera หรือโปรแกรม Oligio X ก่อน เพื่อยกกระชับโครงสร้างใบหน้า รอผลลัพธ์ประมาณ 1 เดือน แล้วค่อยทำโปรแกรมฟิลเลอร์เพื่อปรับแต่งรายละเอียด
หากเคยเป็น Bell’s Palsy สามารถทำหัตถการเหล่านี้ได้หรือไม่
ควรรอให้อาการของ Bell’s Palsy หายเป็นปกติก่อน (โดยปกติ 3-6 เดือน) และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพกล้ามเนื้อใบหน้าก่อนทำหัตถการ
การออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้าช่วยได้จริงไหม
ช่วยได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในการป้องกันและชะลอการหย่อนคล้อย แต่ถ้าความไม่สมมาตรเกิดจากการสูญเสียปริมาณหรือโครงสร้าง การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องใช้ร่วมกับหัตถการทางการแพทย์


