ไหมอิตาลี ที่สุด ของการยกกระชับ แบบเจ็บน้อยแต่ยกนาน

ในการร้อยไหมบนใบหน้านั้น ไหมที่จะใช้นั้นก็มีมากมายให้เลือกหลายแบบหลายชนิดกันใช่ไหมล่ะคะ แล้วเราควรจะเลือกไหมชนิดไหนดี เพื่อให้ตรงตามความต้องการของเรา ดังนั้นวันนี้เราจะพาทำความรู้จักกับไหมอิตาลีกันค่ะ ไหมอิตาลีนั้นเป็นไหมที่ขึ้นชื่อได้ว่าเจ็บน้อยแต่ยกได้นานอย่างมีประสิทธิภาพ และไหมอิตาลีดีกว่าไหมชนิดอื่นอย่างไรบ้าง ทำไมจึงต้องเลือกไหมอิตาลี ตามไปดูกันค่ะว่าไหมอิตาลีนั้นดีอย่างไร

หมอเจี๊ยบเรียนไหมอิตาลี จาก Dr. Fundaro ผู้คิดค้นไหมอิตาลี

งานเปิดตัวรอบสื่อ ไหมอิตาลี

(ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

ร้อยไหมอิตาลี ที่สุด ของการยกกระชับ แบบเจ็บน้อยแต่ยกนาน

Definitely lifting by definisse thread

 

Italy Thread Lift ไหมอีตาลีแตกต่างจากไหมอื่นๆอย่างไร ทำไมถึงเป็นไหมที่พรีเมียมที่สุดในขณะนี้

ก่อนอื่นถ้าอยากอ่านเรื่องทั่วๆไปของไหม หมอขอแนะนำ ให้อ่านตามลิงค์ก่อนได้เลยค่ะ http://bit.ly/2Fzf7fw

ร้อยไหมอิตาลี จะมีลักษณะที่เฉพาะตัวของตัวไหมแตกต่างจากไหมอันอื่นๆ ดังนี้ค่ะ

 

1. ไหมที่ยืดหยุ่นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีกว่าไหมอื่นๆ ในท้องตลาด

เพราะ ร้อยไหมอิตาลี มีความแตกต่างในเรื่องของวัสดุที่ผลิตไหม ที่ออกแบบเป็นพิเศษคือ เป็น PCL และ PLLA ผสมกัน

ซึ่ง PCL จะเด่นในเรื่องอยู่ได้นาน 18-24 เดือน ซึ่งสูงสุดในไหมละลาย ยกกระชับ และข้อดีอีกข้อของ PCL คือมีความยืดหยุ่นดีไม่เปราะหักง่าย

ส่วน PLLA มีข้อดีในเรื่องของการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี

ไหมอิตาลี เป็น PLLA และ PCL ผสมกัน เมื่อนำสองอันนี้มารวมกันในอัตราส่วนเฉพาะ จึงทำให้คุณสมบัติของไหม ได้ทั้งเรื่องระยะเวลาที่นานและการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่มากค่ะ

2. ร้อยไหมอิตาลี ยกนาน 18 เดือน หลังร้อยยกเห็นผลทันที และที่สำคัญเมื่อเวลาผ่านไปยกได้ดีขึ้น

 

ซึ่งแตกต่างจาก ไหมทั่วไปที่จะยกดีมากสุดในช่วงแรกเท่านั้น เพราะไหมอิตาลีมีการออกแบบของเหงี่ยงเป็นลักษณะหันเข้าหากัน คือเป็น Bidirectional Convergent Barb ซึ่งเมื่ออยู่ในใบหน้าของเรา จะสามารถยึดติดกับผิวได้ดีขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงสามเดือน จึงทำให้ใบหน้ายกกระชับมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากร้อยไหมไปแล้ว

รูปภาพการตัดชิ้นเนื้อบริเวณไหมไปย้อมดู พบว่าสามารถสร้างคอลลาเจนรอบตัวไหม

รีวิวร้อยไหมอิตาลี รูปภาพก่อนและหลังร้อยไหมอิตาลี 1 สัปดาห์

3. เทคนิคการร้อยไหมอิตาลีแบบมี Anchoring Point

 

เนื่องจากไหมอิตาลี ออกแบบมาในรูปแบบของ Double Needle คือมีเข็มอยู่ในแต่ละด้านของปลายไหม ทำให้สามารถร้อยได้ในทิศทางที่ต้องการได้สะดวก และที่สำคัญคือ เทคนิคการร้อยที่ไปยึดกับบริเวณเส้นเอ็นยึดผิว ซึ่งแตกต่างจากไหมก้างปลา แบบอื่นๆจึงทำให้ยึดติดกับผิวได้ดีและนานกว่า

4. ร้อยไหมแค่ข้างละเส้น เจ็บน้อย ยกนาน

 

เนื่องจากไหมออกแบบให้ร้อยเพียงข้างละเส้นเท่านั้น ดังนั้นความเจ็บและโอกาสที่จะเกิดอาการช้ำเขียวก็จะน้อยกว่าไหมเข็มคมก้างปลาที่ร้อยหลายๆเส้น

5. ไหมอิตาลี ผ่านการรับรองทั้งประเทศแถบยุโรปและเอเซีย

ปัจจุบันไหมที่มีอยู่ในเมืองไทยมาจากประเทศเกาหลี แต่มีเพียงไหมอิตาลีเพียงอย่างเดียวที่นำเข้ามาจากประเทศอิตาลี และผ่านการรับรองจากอยไทยและอีกหลายๆประเทศทั่วโลก

6. เนื่องจากเป็นเทคนิคที่แตกต่างจากการร้อยไหมทั่วไป จึงมีการยกที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ผิดรูป

 

ไม่ทำให้หน้าดูโหนกเห็นชัด แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์เป็นสำคัญด้วยนะคะ

 

สำหรับใครที่กลัวการร้อยไหมแบบเดิมๆ แต่อยากหน้ายกเห็นชัดๆ ต้องบอกเลยว่า

Collagene Italy Thread หรือสั้นๆว่าไหมอิตาลี น่าลองมากๆด้วยเหตุผลที่กล่าวมาด้านบนเลยค่ะ

** The Clover Clinic สงวนลิขสิทธิ์ห้าม Copy คัดลอกบทความ เพื่อประโยชน์ทางการค้า เพราะเราเขียน Contents เองแล้วมีคนCopy บทความเราไปทั้งหมด ขอบคุณค่ะ **

Leave a Reply

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save